• บ้านเรียนดวงตะวัน
  • การศึกษาไม่ได้มีแค่เพียงที่โรงเรียน
  • บ้านเรียนดวงตะวัน การศึกษาไม่ได้มีแค่เพียงที่โรงเรียน

บ้านเรียนดวงตะวัน

ก้าวที่กล้ากับนักจิตอาสา

บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว



ก้าวที่กล้ากับนักจิตอาสา

“ถ้าเรากำหนดคุณสมบัติเด็กไทยเราได้ เราอยากให้เด็กไทยเรามีวินัย เก่ง เป็นคนดี และที่สำคัญ มีค่านิยมที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากหรือตกทุกข์ได้ยากกว่า

ค่านิยมในฝันที่คนไทยทุกคนอยากเห็น ผมก็เป็นเช่นเดียวกัน ค่านิยมนี้อาจติดตัวผมมาตั้งแต่สมัยเป็น นศ. เรียนปริญญาตรีที่ มข. สมัยที่ทำกิจกรรมช่วยชาวบ้านต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม จากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจ กดขี่ผู้คนที่ด้อยกว่า จนยอมที่จะพาชาวบ้านรวมกลุ่มเรียกร้องความไม่เป็นธรรมเหล่านั้น

พอตัวเองกลายเป็นพ่อแม่ โฮมสคูล ที่ลงมือจัดการเรียนให้ลูกๆด้วยตนเอง ลูกๆก็ได้ซึมซับเอาประสบการณ์ การเรียนรู้ ของพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ลูกสาว น้องน้ำฟ้า ขออาสาเป็นนักจิตอาสา ช่วยดูแลน้องๆที่ป่วยไข้ไม่สบาย ณ รพ.ศรีนครินทร์ มข. แผนกเด็ก

ก่อนหน้านี้น้ำฟ้าได้เดินทางไปเรียนภาษาจีนกลาง 2 ปีเต็ม ที่ศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยฉือจี้ ประเทศไต้หวันอันเป็นแหล่งเรียนรู้ แนวทางจิตอาสาตัวพ่อ จึงซึมซับการเรียนรู้มาโดยไม่รู้ตัว จากการที่เคยไปช่วยเป็นนักจิตอาสาดูแลผู้ป่วยสูงวัย การร้องเพลงประกอบท่าทางให้ผู้ป่วยฟังหรือการใช้ภาษามือสื่อสารถ่ายทอดบทเพลงดีๆให้กับคนป่วยทางหูหรือดูแลเด็กๆชาวเขา ได้ซึมซับบ่มเพาะกลายเป็นประสบการณ์ติดตัวเธอมาโดยไม่รู้ตัว



\


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2011 เวลา 17:45 น.)

อ่านเพิ่มเติม...

 

แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว

แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

บนเส้นทาง Home School ครบรอบ 10 ปี มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย-

เด็กๆเติบโตขึ้นทุกวัน เก่งขึ้นทุกวัน พ่อแม่ผู้สอนเด็กๆก็เติบโตขึ้นตามกาลเวลา ตามประสบการณ์ที่สั่งสม

การเรียนรู้ระหว่างพ่อแม่กับภาครัฐ ผู้ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ก็ดูจะราบรื่นดี

ไม่มีปัญหาอะไรให้หนักใจ

วันที่ 28 เม.ย 54 เวลา 11.00 น. ทางบ้านเรียนดวงตะวัน ก็ได้มีโอกาสได้ต้อนรับ

ท่าน ผอ.สายันต์ ผาน้อย ผอ.เขตพื้นที่เขตฯขอนแก่น พร้อมคณะได้ให้เกียติเดินทาง

มาเยี่ยมบ้านเรียนดวงตะวันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ท่านย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ. เขตฯ นับเป็น ผอ. คนที่ 3 ที่เดินทางมาเยี่ยม

Home school ของเรา ครั้งนี้ไม่รวมครั้งพิเศษที่คุณหญิง กษมา ได้มาเยี่ยมเราเมื่อปีก่อน

บรรยากาศดูเป็นกันเอง ท่านนับเป็น ผอ.ที่มีวิสัยทัศน์ที่มอง Home school ด้วยมุมมองที่น่สนใจ







Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2011 เวลา 17:49 น.)

อ่านเพิ่มเติม...

 

ศักดิ์และสิทธิ์ที่เท่าเทียม

User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว

   เรียน Home School  เขามีการประเมินมั้ย?

- เรียน Home School  จบแล้วได้วุฒิอะไร ?

- วุฒิการศึกษาเทียบเท่าเด็กในระบบมั้ย ?

- แล้วสามารถใช้วุฒิการศึกษาไปต่อมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า ?

- เกรดที่ได้นำไปเทียบโอนรับรองเพื่อใช้สอบเข้าเอ็นทรานซ์ได้มั้ย ?

                    คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้คนสงสัยใคร่รู้ถูกถามมาตลอด


     

สำหรับผู้จัดการศึกษา
Home School มาจนเกือบครบ 10 ปี เช่นเราแล้ว
ดูจะเป็นคำถามที่คุ้นชินไม่เป็นเรืองแปลก
Home School ระดับชาติที่เพิ่งจัดสัมมนากันที่ผ่านมาที่สมาคมบ้านเรียนไทย
ร่วมกับสภาการศึกษาทางเลือกจัดขึ้น ยังคงเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในเรื่อง
การเทียบโอน Home School การเรียนต่อใน
ระดับมหาลัย
”   
ปัญหาที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่เข้าใจภาครัฐและภาครัฐก็ไม่ยอมเปิดใจรับระบบ Home School ตั้งแต่ผมจัดมารับรู้เรื่อง
 
Home School ได้ก็เห็นถกเถียงกันแบบหน้าดำคร่ำแครียด เข้าประชุมทีไรกลับออกมาติดลบและเหี่ยว ออกมาทุกครั้ง
 ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครอง
Home School   กับภาครัฐจะเข้าใจกันเสียที


    

           
มุมมองที่ต่างกัน

     พ่อแม่ผู้ปกครองก็มองแต่มุมตนเองไม่เปิดใจกว้างๆ รับมัวแต่ติดท่าทีของภาครัฐ ภาครัฐก็ปิดกั้นไม่เปิดใจกว่างไม่ยอม
เรียนรู้ระบบ
Home School อย่างเต็มใจจึงต่างคนต่างมุมมอง มองใครมองมัน ไม่ใช่มองต่างมุมจึงหาทางออกไม่ได้ เป็น
ข้อถกเถียงคาราคาซังไม่รู้จักจบต่อไป

ขอนแก่น Home School นำร่องแนวทางปรองดองที่แท้จริง

     ตั้งแต่ผมจัดการศึกษาให้ลูกมาครบ 10 ปี ในพื้นที่เขตการศึกษาเขต1ของแก่น จดทะเบียนราวปี 2547 โดย ผอ.กมล(ผอคนแรกที่รับจดทะเบียน)
 ผู้มีวิสัยทัศน์ที่มีใจเปิดกว้าง นำโดยพี่สมโชค คุณแต๋ม  พี่ภา พร้อมทีม เจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศน์ ที่มีใจกว้าง

พร้อมจะทำความเข้าใจ นำหลักสูตรเข้าที่พิจารณาผ่านฉลุย จดทะเบียนกับเขตพื้นที่เกือบจะเป็นเขตแรกๆ (รองจากนครปฐม)

   
               
ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกัลยาณมิตร

     นพ.เกียงศักดิ์  ลาภจตุรพิธ ผอ. Home School บ้านเรียนดวงตะวัน ผู้ที่พยายามสร้างบรรยากาศแบบคิดชนะ ชนะ ทั้งสองฝ่าย
ไม่มีฝ่ายแพ้ ถ้อยที่ถ้อยอาศัย ประกอบกับทางเขตก็เปิดใจกว้างรับฟัง รับหลักการในแนวทางที่ว่า พ่อแม่มีใจรักลูกถึงขนาดขอจัดการศึกษาเอง
ให้ลูกเหมือนเป็นการลดภาระของภาครัฐ เป็นเรื่องใหม่ที่น่าเรียนรู้จะต้องใส่ใจพร้อมประสานและนำร่องเป็นผลงานเขตได้


      

   

               
คิดชนะ
ชนะ

     เมื่อสองฝ่ายต่างคนต่างเข้าใจกันบรรยากาศแบบกัลยาณมิตรก็เกิดขึ้น ศึกษานิเทศน์ก็ไม่คิดว่าเป็นการเสียเวลาทีจะไปประเมินเด็กเพียง1คน
 เมือเทียบกับไปประเมินทั้งโรงเรียน กลับคิดว่านี้บ้านเรียนแต่ละครอบครัวก็คือ 
 1ห้องLap ทดลองที่ภาครัฐจะได้เรียนรู้ 10 ครอบครัวก็ 10 ห้อง
 
Lapทดลอง ได้เรียนรู้นำมาปรับใช้ในระบบการศึกษาต่อไป.

     
               
การประเมินการเทียบโอนและส่งผลการประเมิน

     ทุกๆปีศึกษานิเทศ ก็จะเดินทางมาประเมินเด็กๆเทอมละ 1 ครั้ง ปีนี้ 2554 ก็มีการจัดมอบเอกสารประเมินเหมือนเช่นเคย พ่อแม่ผู้ปกครอง
ก็มอบหมายตัวแทนให้ส่งมอบผลการเรียนปีนี้ คุณทิพาภรณ์  บุตรศรีสวย นักวิชาการศึกษาชำนาญการ เป็นผู้รับเรืองเช่นทุกปีและเมื่อจบทุก
ช่วงชั้นทางเขตก็จะออกใบปพ. เพื่อรับรองการศึกษาให้ หรือมีกรณีเด็กบ้านเรียนคนหนึ่งขอออกไปเข้าระบบโรงเรียน ทางเขตก็ยินดีออก
ใบวุฒิการศึกษาเพื่อเป็นทางผ่านเข้าสู่ระบบโรงเรียนต่อไป

          
          

   


     
ศักดิ์และสิทธิ์ที่เท่าเทียม

     คำตอบสำหรับ ข้อสงสัยของคนทั่วไปสำหรับ คำถามข้างต้นจึงตอบได้ว่า

-                          เด็กบ้านเรียนที่จัดการศึกษาแบบ Home School ได้สิทธิ์เท่าเทียมกับเด็กในระบบแน่นอนเพราะได้ใบปพ. 1-2-3
 ตามช่วงชั้น เพื่อนำไปเรียนต่อในระบบการศึกษาได้ทั้งระบบโรงเรียนและระดับอุดมศึกษาในประเทศและต่างประเทศ

-                          ได้สิทธิ์รับค่าหัวตามช่วงชั้นทั่งค่าหนังสือตามโครงการเรียนของรัฐบาล

-                          ได้รับการเข้าสอบ O-NET A-NET โดยทางเขตเป็นผู้ประสานงานให้สอบตามโรงเรียนใกล้บ้าน

     นอกจากนั้นยังมีการจัดเรียนร่วมระหว่างบ้านเรียนกับเด็กในระบบโรงเรียนเช่นโรงเรียนกัลยณวัตรซึ่งทางเขตพื้นที่ก็ได้ประสานให้ และ
ในอนาคตอันใกล้ก็จะมีการประสานในเรื่องการนำเด็กผู้ชายไปร่วมเรียน รด. กับทางโรงเรียนเป็นการต่อไป.

                ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Home School บ้านเรียนดวงตะวัน กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น ที่มี ผอ.สายันต์
เป็นผู้นำจึงเป็นการสร้างมิติใหม่ของการศึกษาไทย เป็นการศึกษาแบบมีส่วนร่วม แบบเป็นกัลยาณมิตร เป็นไปอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูรกันอย่างถ้อยที
ถ้อยอาศัยกัน อันจะเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าก้าวไกลที่สามารถผลิตเด็กไทยให้กลายเป็นพลเมืองชั้นนำของ
ประเทศในอนาคตต่อไป.


 

     พ่อแป้ว - แม่ริน

 


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2011 เวลา 17:53 น.)

 

จุดเริ่มต้นจากหัวใจ





      เหมือนที่เคยกล่าวไว้ เวลา เหมือนดั่งสายลมที่ผ่านไปและไม่เคยหวนกับ หลงเหลือเพียงความทรงจำที่ยังคงอยู่ในหัวใจมาเสมอและยังคงอยู่ตลอดไป ......






               
หากถามถึงช่วงสำคัญที่แปลกใหม่ และคนเราจะรู้สึกเช่นไรฉันคิดว่าอาจเหมือนกับฉันในตอนนี้ที่หวนนึกถึงการใช้ชีวิตที่ใต้หวันกี่ครั้งหัวใจก็กระตุกแบบแปลกๆถ้าให้เวลานั่งนึกถึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ทุกเรื่องคงฉายขึ้นมากเกินกว่าคณานับเพื่อนแต่ละคนกับต่างเรื่องราว คุณครู ... ห้องเรียน การเดินทางท่อนเที่ยวโลกกว้าง ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นเหมือนครูสอนอะไรฉันหลายอย่าง สอนการใช้ชีวิต การพบปะผู้คนที่มาจากต่างแดนอันแสนไกล การเข้าหา ตั้งรับและเข้าใจอุปสรรค์ที่ฉันต้องทำด้วยตัวเอง หรือการเรียนรู้ที่น่าสนใจแต่ก็ยากกว่าปีก่อน สำหรับฉันสิ่งเหล่านี้ยังคงตราตึงในจิตใจฉันเสมอ แม้บางครั้งที่ผ่านมาอาจเกิดความรู้สึกคลอนแคลงหรือไม่พอใจกับบางเรื่องแต่ในตอนนี้มันกลับเป็นความทรงจำที่วิเศษที่สุด


               
การกลับไป 9 เดือนของการใช้ชีวิตในไต้หวันครั้งนี้แม้สถานที่จะเช่นเดิม ห้องเรียนจะเหมือนเดิมแต่เรื่องราวข้างในทุกคนรู้ดี เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงผู้คนที่เข้ามา และเรื่องราวที่เข้ามาเป็นบทเรียนใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิตของฉัน ............







               
3 เดือนก่อนกลับเมืองไทย ฉันได้ลองไปช่วยงานที่ร้านอาหาร เจ แห่งหนึ่ง คงเป็นโชคดีของฉันที่เจอเจ้าของที่เป็นคนดีคอยสอนและให้ประสบการณ์ฉันอย่างมากมาย เป็นโอกาสน้อยนักที่ฉันจะมีโอกาสได้ลองลงมือด้วยตัวเองพอลองช่วยงานรู้สึกเหมือนมุมมองฉันเปลี่ยนไปเยอะเลย

การมีสมาธิจดจ่อกับงาน มีสมาธิดำเนินชีวิต


               
แม้ตอนนี้จะกลับมาเมืองไทยได้เกือบเดือนแล้วแต่กลิ่นอายของไต้หวันยังพัดมาสัมผัสฉันอยู่บ่อยๆ ความผูกพันหลายๆอย่างนี้ มันทำให้ฉันนึกถึงวันสุดท้ายที่สนามบินของไต้หวัน ซึ้งเป็นเหมือนครั้งแรกในตอนมาเมื่อ 2 ปีก่อน น้ำตาลไหลรินอาบแก้มของฉัน แต่ความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยสิ่งดีๆและสวยงาม ที่ทุกความรู้สึกฉันเก็บไว้ในลิ้นชักของหัวใจ .... และจะเปิดขึ้นมาคิดถึงในเวลาว่างที่สบายๆให้พอนึกถึงสิ่งดีๆในช่วงหนึ่งของชีวิต






               
จุดมุ่งหมายต่อไปของฉัน ฉันอยากเอาสิ่งต่างๆที่เคยสัมผัสมาเป็นกำลังใจเพื่อให้ก้าวสู่จุดหมายที่อยากเจออยากลอง สิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่ที่สุดของฉันหรอก เพราะจริงๆทุกๆคนก็สมบูรณ์อยู่แล้ว แค่ให้มันดีแบบนี้ไปเรื่อยๆ   ฉันยังเห็นจุดเดินข้างหน้าไม่ชัดเจนนัก เรื่องการเรียนรู้ที่ต้องการแน่นขึ้น เพียงแต่ตอนนี้อยากลองทำอะไรบางอย่างที่ไม่เพียงช่วยผู้อื่นด้านจิตใจยังสามารถทำให้จิตใจของฉันเองเข้มแข็ง อาสาสมัครจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากลองลงมือทำเปิดตัวเอง ทำอะไรดีๆ มีประโยชน์ แบบจะต้องเรียนรู้ไปในตัวอีกครั้ง ฉันคิดว่าเริ่มต้นทางนี้ตัวฉันเองต้องได้พบอะไรดีๆและน่าตื่นเต้นแน่ๆเพราะทุกอยากขอแค่เริ่มที่หัวใจ ด้วยความรักที่อยากจะลงมือทำไม่ว่าอุปสรรค์มีมากแค่ไหนก็กลายเป็นเรื่องง่ายไปโดยปริยาย ..............








2011.12.13


Add a comment
 

ความชุ่มชื่นในจิตใจ

     







      เข้าปีที่ 3 ของการเดินเจริญสติ ธรรมยาตรา  เหตุใดต้องเดินธรรมยาตราทุกปี ผ่านมาสองปี สองครั้งกับการเดินธรรมยาตรา
แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของการเดินเจริญสติในรูปแบบเพื่อธรรมชาติ


               
การเริ่มเดินใน 3 วันแรก แสงอาทิตย์สาดส่องแผดเผาลงมา  ลมพันอ่อนๆ แต่ความเย็นของสายลมก็ยังไม่สู้ความร้อนของดวงตะวันทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินมันช่างหลายอารมณ์ประกอบกับความอุ่นและแรงหนักดึงอยู่มือข้างซ้ายของฉัน  มาเดินในครั้งนี้ฉันได้รับอาสาดูแลน้องสาวอีกหนึ่งคน เจ้าตัวเล็กฝึกสมาธิและอารมณ์ฉันเป็นอย่างดีเมื่อเริ่มต้นของวัน ร้อยแปดอารมณ์เข้ามาทำให้จิตใจของฉันวุ่นวาย ทั้งความร้อนอบอ้าวของแสงอาทิตย์ ฝุ่นคลุ้งกระจายจากดินแดงพัดกระเซ็นติดตามตัวฉันไปตลอดทางความเหนื่อยนับชั่วโมงยิ่งทวีคูณ ความปวดที่เท้านับนาทียิ่งเจ็บขึ้น เดินวันละเกือบ 15 กิโลทุกวันระยะทางช่างไกลนักความรู้สึกท้อเริ่มผุดขึ้นมาในจิตใจฉัน....





          
      ดวงตะวันโผล่ขึ้นบนท้องฟ้าของวันที่ 4 ของการเดินทางจาก 3 วันที่เท้าปวดไปถึงน่อง ตอนนี้อาจเป็นเพราะความชินสองเท้าของเราเริ่มรับน้ำหนักได้มากขึ้น อารมณ์และความรู้สึกร้อนที่เคยมีเริ่มลืมไป อาจจะเป็นน้ำหนักอุ่นๆจากมือซ้ายที่คอยย้ำเตือนให้อยู่กับการเดินของน้ำหนักเท้าและความหนักของเจ้าของมือที่ลงน้ำหนักเป็นระยะๆแม้บางครั้งจะมีเสียงเจี้ยวแจ้วของคนรอบข้างบ้างทำให้ตัวเองเกิดความใคร่รู้และสนใจอยากร่วมวงสนทนานั้นด้วย แต่ในครั้งนี้ฉันคอยย้ำเตือนตัวเองบ่อยขึ้นจนในที่สุดเสียงรอบข้างฉันก็เริ่มเบาลง........


               
ตลอดปีแห่งความทรงจำ นึกคิดเริ่มฉายขึ้นในหัวฉันปัญหาและความคิดมากมายเริ่มตั้งเรียงภายในหัว คำถามที่บางครั้งหาคำตอบไม่ได้หรือไม่อยากแยแสมันตอนนี้กลับผุดขึ้นในความคิดฉัน ..... ฉันเริ่มต้นคิดในแต่ละเหตุการณ์ หากเปรียบเทียบออย่างง่ายๆ ความคิดและเรื่องราวร่วมปีหรือมากกว่าเปรียบเหมือนเอกสารที่ต้องมาเรียบรียงให้เข้าลิ้นชักในแต่ละชั้น เรียบเรียง ปล่อยว่างบางสิ่งที่บางที่คิดถึงมันไปก็เท่านั้น เก็บใส่ลิ้นชักและ ล๊อกลิ้นชักไว้ คิดชะว่าบางอย่างเรื่องมันแล้วไปแล้ว อะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ให้มันผ่านไป จิตใจก็ดีขึ้นเยอะเลย







         เมื่อจิตใจสงบลงภาพรอบข้างดูงดงามมากขึ้น ภาพแบกน้องเล็กของพี่ๆที่แม้ตัวเองจะเหนื่อยก็ยอมคอยดูแล เป็นภาพที่สามารถประทับในใจของเราได้นานแสนนาน

                การเรียนรู้ รู้จักเพื่อน พี่ น้องๆ ในค่ายเป็นอีกหนึ่งความรู้สึกดีๆที่ได้รับ ความมีน้ำใจ เข้าใจกันและกันแม้จะมาจากที่ๆต่างกัน เพียงแค่อาทิตย์เดียวทำให้ฉันได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง  ความเหนื่อยล้า ความเหนื่อยอ่อน การประสบปัญหา ทำให้เราค้นพบตัวตนของคนได้เป็นอย่างดี

                ในชีวิตของคนเรามีปัญหาร้อยแปดเข้ามาในชีวิตแล้วเราจะมีทางไหนที่แก้ไขด้วยใจที่สงบ ทางไหนที่จะค่อยๆจัดระเบียบความยุ่งเหยิงของปัญหาในชีวิต ธรรมยาตราผิวเผินอาจดูแค่การเดินจงกลม สงบสติ แต่หากท่านได้เข้าไปแล้วรับรองว่ามีอะไรมากกว่า การเดินจงกลม และการนั่งสมาธิ แน่นอน  

ธรรมยาตราจะทำให้ท่านรู้จักตัวเองมากขึ้น สำหรับตัวฉันธรรมยาตราเหมือนกับการปิดบัญชีของปีละมั่ง ............




                     


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2011 เวลา 14:23 น.)

 

ธรรมยาตรา ครั้งที่11

บทความผู้ปกครอง - แม่สมใจ

บ้านเรียนดวงตะวัน ร่วมเดินธรรมยาตรา ลุ่มน้ำลำประทาว ครั้งที่ 11 วันที่ 1 - 8 ธันวาคม 2553

ครั้งนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว ที่ร่วมเดินเพื่อประกาศเจตนารมณ์ ร่วมเป็นผู้อนุรักษ์ธรรมชาติ และเพื่อเป็นการฝึกฝนตนเองในการอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ

ปีนี้มีแม่หมูเป็นผู้คอยดูแลและมีเด็กๆตั้งแต่ ป.1 คืออังคารและเอมี่ เป็นน้องใหม่ พี่ฝ้าย ป.2 มาเป็นปีที่ 2 จิว ป.4 เทียมและฟาง ม.1 พี่จันทร์ ม.2 พี่น้ำ ม.5

เด็กๆกลับมาอย่างสดใส พร้อมประสบพการณ์อันหาจากห้องเรียนไม่ได้

รวมภาพประทับใจ จากธรรมยาตรา ">ที่นี่ครับ


Add a comment
 

ความสุขของเด็ก 5 ขวบ

บทความผู้ปกครอง - แม่สมใจ

ความสุขของเด็กอายุ 5 ขวบ

3 ธ.ค.53  เป็นวันครบรอบวันเกิด 5 ขวบ ของน้องวิน  เด็กอนุบาลของบ้านเรียนดวงตะวัน  น้องวินเป็นลูกชายของคุณครูมาศ  ครูอนุบาลของเราซึ่งร่วมเรียนอยู่ในชั้นที่คุณแม่สอนด้วย  วันเกิดของน้องวิน  ครูมาศจึงต้องกลายเป็นคุณแม่  และแม่ใจก็เลยไปสวมบทบาทคุณครูเล่านิทานวันเกิดให้น้องวินโดยเฉพาะ


Add a comment

อ่านเพิ่มเติม...

 

2 IN 1

บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว

                ถ้าถามถึงกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมเด่น ที่ปฏิบัติกันมาทุกปีของ เด็กๆชาวบ้านเรียน
ดวงตะวัน  
ที่บ่งบอกถึงการเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว เป็นกิจกรรมที่ได้ทั้งทักษะชีวิต และ
การบูรณาการแบบองค์รวมที่เข้าถึงตัวเด็กที่เด็กที่เรียนในระบบยากจะได้ลงมือ คงต้องพูด
ได้เต็มปากว่านั่นคือ   กิจกรรมการดำนาเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ครบวันที่ 19 พ.ย. 53 ข้าวที่เด็กๆ
ได้บรรจงปลูกไว้ด้วยความมุ่งมั่นใส่ความตั้งใจ ความไร้เดียงสา ความรักได้แผ่กิ่งก้านสาขา
แตกรวงย้อยระย้า โตเต็มที่จาก มิ.ย.
ก.ค.   
จนก้าวล่วง พ.ย. ข้าวได้แก่เต็มที่ รวงข้าวหนัก
โค้งย้อยโน้มเคารพเหลืองอร่าม เป็นทุ่งสีทอง    พร้อมรอเจ้านายตัวน้อยที่ปลูกข้าไว้ให้มา
เก็บเกี่ยวเอาดอกเอาผล เอารวงเอาเม็ดนำไปเป็นภักษาหาร




   


ศุกร์ 19 พ.ย. เวลา 9.00 น. กลางทุ้งข้าวสีทอง อ.บ้านฝาง นาแปลงเดิมของ คุณปู่

คุณย่า ของน้องก้องลูกแม่เขียว
พ่อเวษ เด็กอนุบาลแห่งบ้านเรียนดวงตะวัน พ่อสุเวษ
ได้แจกเคียวแก่เด็กๆ  พร้อมเรียงแถวหน้ากระดานลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงใหญ่   ต้นข้าว
ก็ดูจะเติมใจและภาคภูมิใจ  เหลือเกิน 
ต้นสนใหญ่งดงามลำต้นตรงไม่มีล้มเลย   ถ้าต้น
ข้าวล้มทำให้เกี่ยวยาก  แต่ทุกต้นตั้งตรงพร้อมรอเคียวตวัดตัดลำต้นจากเด็กๆ   เด็กโต
พี่มัธยม  พี่ฟางเกี่ยวน้องๆอย่างติณ จิว ก็เป็นคนลำเลียงฟ่อนข้าวมากองตากแดด 
รอให้แห้งเพื่อมัดด้วยกล้า ลำเลียงไปตีเมล็ดออกสีจนออกมาเป็นข้าวสารได้ทานกัน
พี่จันทร์คู่ฉอเทียม   พ่อแป้วคู่ฝ้ายและเอมี่เกี่ยวได้กำใหญ่  ฝ้ายก็ลำเลียงไปวาง ฟ่อนแล้ว
ฟ่อนเล่าเรียงเป็นแถบสลับไปมาอย่างสวยงาม  

 


 


ส่วนแม่รินกับแม่เขียวก็ทำการสับมะละกอ ก่อไฟย่างไก่และลูกชิ้น รอเพื่อเป็นอาหาร
กลางวันสำหรับ เหล่าชาวนาน้อย พี่ฟาง ติณ จิว สนุกกับการเกี่ยวเป็นทางยาวเหมือรูหนู
ฉอเทียมก็สนุกกับการเกี่ยวไปพร้อมเก็บดอกกระดุมสีเหลืองเต็มทุ่งกลับบ้าน พี่จันทร์
อังคารและ
เอมี่ดูจะขมีขมันมุ่งมั่นกว่าใครๆ   จนพ่อเวษได้ออกปากชม ส่วนพ่อแป้วก็
พยายามจะทำปี่แจกจ่ายฝ้ายและเอมี่ เพื่อสร้างความสนุก

 
         

 



        เวลาผ่านไปราว 11.30 น. แปลงข้าวถูกตัดเรียบอาวุธเหลือแต่ตอโด่เด่ เด็ก ๆ
ดีใจภาคภูมิใจที่ทำงานชินสำคัญเสร็จสิ้น ฝ้ายขอกินโค้กเป็นรางวัล พ่อเวษอาสา
ไปซื้อมาให้ เทียมลงมือตำส้มตำ 
ครูมาสปูเสือพร้อมน้องอนุบาล น้องวินและ
น้องอันย่าเป็นผู้ช่วยเตรียมวง อาหารถูกลำเลียงเมนูเด็ด ส้มตำรสเด็ดพร้อมไก่ยาง
ฮอดด๊อกลูกชิ้น มีปลากระป๋องแถมเด็กๆ  ล้อมวงพร้อมพรมมือ    ขอพรข้าวตาม
ธรรมเนียม ลงมือทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยที่สุดมื้อหนึ่งในชีวิตทีเดียว เพราะ
เป็นมื้อที่เด็กๆภาคภูมิใจ เป็นมื้อที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจ เป็นมื้อที่เกิดจาก
ความปิติยินดีเป็นมื้อที่สนุกสนาน และเป็นมื้อที่แสนประทับใจที่ทำงานได้สำเร็จ
เสร็จสิ้นแล้วก็เฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่




       
       
 
ส่งท้ายพ่อสุเวษเก็บตกพาเด็กๆลุยโคนหาปลาช่อน ปลาช่อน คือ ปลาที่พอถึงฤดูกาล
เกี่ยวข้าวน้ำที่อยู่คันนาก็จะลดลงปลาก็จะมาข่อนรวมกันตรงน้ำงวดซึ่งปนโคลนไม่ต้องหา
เครื่องมือมาจับเพราะปลาจะยอมให้เด็กๆจับโดยง่ายมันจะติดโคลนเพราะไปไหนไม่ได้
พ่อเวษได้ปลามาสวิ่งใหญ่มัดร่วมกันเด็กๆตาโตเห็นปลาคลุกโคลนนำมาล้างรวมกันไว้
ในถังพ่อเวษได้อาหารมื้อเย็นต้มปลาใส่ผักกระแยง หอมกรุ่นน่าทาน


               
แต่เด็กใจบุญไม่กล้าฆ่าปลาสงสารจะพาปลาไปปล่อยพ่อเวษจึงคัดปลาตัวโตที่
แข็งแรงให้เด็กไปปล่อยได้ตามใจชอบ สุดท้ายเด็กร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึกขอบคุณ
คุณปู่ที่อุทิศที่นาผืนงามเป็นแปลงทดลองให้เด็กๆได้ลงมือปฏิบัติจริงจากการดำนาจนถึง
การเกี่ยวข้าว ขอบคุณเจ้าค้าสำหรับชีวิตที่แสนสนุกฉันจะไม่มีวันลืม บ่ายๆ คุณปู่

พ่อสุเวษ ที่เป็นคุณครูสอนการเรียนรู้ให้กับนู๋ๆทั้งหลาย เจอกันปีหน้าที่เก่าเวลาเดิม.



      
             



               
พอเดินทางกลับบ้านวันนี้มีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประจวบเหมาะกับจังหวะเวลา
พอดี เหมือนนัดพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย แบบ 2 กิจกรรมใน1วันนั่นคือกิจกรรมลอยกระทง
บูชาแม่คงคา ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เด็กๆต้องทำทุกปี   ปีนี้พ่อแป้วได้หั่นต้นกล้วยเป็น
ท่อนบางแจกเด็กๆเพื่อบรรจงประดิษฐ์ ประดอยกระทง ต่างคนต่างมุ่งมั่นลงมือทำโดยไม่
ปริปากบ่นแม้จะเหนื่อยหล้าจากการเกี่ยวข้าวก็ตาม

                ใบตองเศษวัสดุธรรมชาติที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมถูกพับเป็นกลีบดอกบัวปักลงท่อน
กล้วยเรียงต่อเป็นวงกลมกลีบแล้วกลีบเล่า เด็กรอบวงประดิษฐ์กันกระทงใคร กระทง  มันดู
มุ่งมั่นพอทำกลีบเสร็จก็ขับจีกรยานออกไปหาดอกไม้แสนสวยมาประดับเสียบธูป เทียน
ตรงกลาง


        

                                                         


      
ถึงเวลา 5 โมงเย็นกระทงทุกอันถูกลำเลียงมุ่งสู่ตลิ่งรินแม่น้ำชีที่เดิมเมื่อปี
ที่แล้วที่เด็กๆเคยมา   คุณแม่สมใจนำสวดขอขมาพระแม่คงคาที่ลูกได้นำน้ำมา
ใช้ดื่มกิน ขอขมาที่ล่วงเกินด้วยการจัดกระทงสวยงามจุดธูปเทียนมาลงปล่อย
ลอยถวายแก่พระแม่คงคาเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่ผ่านมาทิ้งไปกับสายน้ำ ประทาน
พรมอบสิ่งดีๆ กลับคืนมาให้ตัวเรา พอสวดเสร็จกระทงถูกรรจงล่อยลงสู่ลำน้ำ
ที่ปีนี้ไหลเชี่ยว   และน้ำเยอะกว่าทุกปีที่ผ่านมา เด็กๆ ตั้งใจมองดูแสงเทียนบน
กระทงของตัวเองลอยหายลับไปกับตา



     



      
   

    



               
2 กิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจถูกประทับไว้ในใจเด็กทุกคน ไม่น่าเชื่อว่าเวลา
เพียงแค่ 1 วัน   จะสามารถสร้างกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เด็กๆ ได้ถึง 2 อย่าง กิจกรรม
ที่เป็นทักษะสำคัญทั้ง 2 นี้   ยังคงเป็นกิจกรรมที่ซ้ำๆเหมือนกิจกรรมเมื่อปีที่แล้ว หรือ
ปีก่อน หรือปีกระโน้น เมื่อมีการทำอะไร  ซ้ำๆจะเกิดทักษะความชำนาญ เมื่อเกิดทักษะ
ความชำนาญมันก็จะฝังติดอยู่ในตัวผู้ทำ แน่นอนเด็กๆ    ชาวบ้านเรียนกลายเป็นเด็ก
ชำนาญการทางการเกี่ยวข้าว และยังเป็นผู้ชำนาญด้านการประดิษฐ์กระทงสวยงาม
จากวัสดุธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


* เด็กๆทุกคนได้เรียนรู้ฤดูกาลที่ผันผ่าน ต้นข้าวที่พวกเขาปักดำจงเห็นดอกผลได้
เก็บเกี่ยวด้วยตนเอง


* เด็กๆทุกคนได้ความภาคภูมิใจที่ทำงานได้จนสำเร็จด้วยการลงมือทำเองและเฝ้
าชื่นชมผลงานของตนเองผ่านกระทงอันน้อยที่สวยงาม


               
ทั้งต้นข้าวและกระทง มันคือธรรมชาติที่หาได้กับขนบธรรมเนียม ประเพณี
ดั้งเดิมที่ผู้คนปฏิบัติกันมาชั่วนาตาปี

                เด็กทั้งหลายจึงกลายเป็นผู้สืบต่อ สืบสาน และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณี
ของเผ่าพันธุ์ ดูช่างยิ่งใหญ่งดงาม และมีค่ามีความหมายยิ่งนัก

                เด็กไร้เดียงสากับคุณค่าที่ไม่อาจประเมินได้ แน่นอนการค้นหาคุณค่านี้ได้กับ
การศึกษาไม่ได้มีแค่เพียงที่โรงเรียน เยี่ยงบ้านเรียนดวงตะวันแห่งนี้                      


                                                                                         พ่อแป้ว  -  แม่ริน

 

 

 


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2010 เวลา 17:46 น.)

 

จุดติด

บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว

                          


          


ถ้าจะถามว่าเด็กแต่ละคนที่เกิดมามีอะไรเหมือนกันหรือมีอะไรแตกต่างกัน
คงตอบได้ว่า

             การเรียนที่ Home School แบบเฝ้ารอจังหวะเหมือนนักมวย
ฟุตเวิร์คออก
เต้นหาจังหวะขอคู่ต่อสู้เปิดเป้าใต้คางเพื่ออัปคัดสอยหมัดน็อค หรือ
รอเปิดช่องท้อง
ไว้ฮุดให้จุก    คุณครูพ่อแม่คนสอนก็พยายามหาจังหวะปีแล้วปีเล่า
เมือไหร่จะเปิดใต้
คางเพื่อหาจังหวะใส่ความรู้ เปิดท้องหาความพรั่งพรู หรือ หาตาน้ำ
แห่งความหลั่งไหล
เมื่อไรจะเจอซะที จนแล้วจนรอด .5 ผ่านไป .6 ก็แล้ว
จนกระทั้ง.....จนกระทั้ง.....
มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้นแต่ละคนถือกำเนิดออกมารูปลักษณ์ ท่าทาง บุคลิก
คำพูดคำจา อุปนิสัยใจคอ แตกต่างกันไปในแต่ละคน ถ้าจะเทียบเคียงเด็กๆแต่ละคน
แต่ละมุม แต่ละด้านที่ยิ่งมองได้มากมายหลากหลาย แต่ถ้าจะมองอัตลักษณ์ ตัวตน
ลักษณะพิเศษ ความโดดเด่นแต่ละคน ตามหลักพหุปัญญาที่น้องหนูดีแยกไว้แล้ว
 เราสามารถค้นหา สืบเสาะ และดึงความสามารถของพวกเขาออกมาได้แน่เพียงแค่
เราใส่ใจ  ค้นหา  สังเกต  บ่มเพาะ  และ เฝ้ารอคอย เด็กเหมือนไม้ยืนต้นค่อยๆ
บ่มเพาะ
เมล็ดแต่หน่อใส่ปุ๋ยพรวนดิน เริ่มแตกกิ่งก้าน แตกใบ เริ่มตัดแต่งกิ่งให้สวยงาม
เริ่มใส่ปุ๋ย  เริ่มถนุถนอม ให้กำลังใจ ต่อยอดความรู้ ตัดแต่นิสัย ใส่ใจลักษณะ เฟ้น
และค้นหา
ความสามารถที่โดดเด่นในตัวพวกเขาออกมา เราก็จะเห็นความสามารถแต่
ละด้าน
ของเด็กโผล่ออกมา

น้องฟางข้าว หนึ่งในเด็กเคลื่อนไหวจากเจ็ดข้อทางพหุปัญญาที่มีทักษะ ทางการ
เคลื่อนไหว
ชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าให้เรียน
เขียนนั่งนิ่งๆให้จด คัด จำ
คำนวณ   เธอมักเบือนหน้าหนี กว่าจะอ่านออกเขียนได้ก็ปา
เข้า .4 ทำเอาพ่อแม่
และครูสอนลุ้นจนเหงือกแห้ง
ตามด้วยลมแทบจับเป็นบางคราว
ถ้าเข้าเรียนในระบบ
โรงเรียนคงถูกมองเป็นเด็กโข่งตัวโตชอบใช้กำลังหลังห้อง  ที่ครูประจำชั้น
เบือนหน้า
หนีถ้าถูกถามจี้เรื่องการบ้าน

       


          

ทั้ง5ข้อ คือ การเฝ้าสังเกตที่ผ่านความอดทนที่จะรอคอย อดทนที่จะติดตาม
อดทนที่จะรอ
อย่างใจเย็น(แม้จริงๆจะเป็นคนใจร้อน)บ่มเพาะ สั่งสมจนเจอความ
พรั่งพรู
ลื่นไหล ความมั่นใจ
 ที่เปลี่ยนผ่านกับกาลเวลาที่ผ่านไปปีแล้วปีเล่า ทั่งหมดนี้
ก็อาจจะตอบไม่ได้ว่าอนาคตลูกฉัน
จะเป็นนักเทนิสชั้นยอดหรือนักเปียโนชั้นเยี่ยม
 
แต่มันคือสัญญาณที่บ่งบอกอะไรสักอย่างกระมัง

        ถ้าเปรียบเหมือนขุดบ่อก็เริ่มเจอตาน้ำรอน้ำแตกพรั่งพรูออกมาได้ใช้อย่าง
มากมายไม่มีวันหมด
    

        ถ้าเปรียบเหมือนจุดไฟ ก็เริ่มเห็นเชื้อหรือเริ่มเห็นกระดาษ เริ่มเห็นหัวเชื้อ
ที่พอใส่ไฟลงไปก็จะจุดติดให้แสงสว่างหุงหาอาหารเลี้ยงชีวิตได้
หลังจากที่พยายาม
จุดมานานแรมปีแต่ไม่เคยติดหรือปรากฎให้เห็นแบบนี้มาก่อนเลย

        เชื้อไฟตัวจุดติดนี้ ก็คือ ความพรั่งพรู ความกระตือรือร้น ,อยากรู้
อยากเห็น,
อยากเรียน การหลั่งไหลที่สังเกตเห็น
ที่เพียงรอใส่ไฟ คือการเรียนรู้
บ่มเพาะต่อยอด
ให้ลุกสว่างโชติช่วง
นำความสามารถ นำแสงสว่าง ออกมาเพื่อนำ
ทางชีวิต
อันจะนำตัวเขาเองก้าวข้ามขวากหนาม ฟันฝ่าอุปสรรค ก้าสู่เส้นชัยชีวิตต่อไป

        ข้อสังเกตที่เริ่มเห็นมันเป็นการจุดติดหนึ่งตัวอย่างของการศึกษาแบบบ้านเรียน
 ที่ต้อง
อาศัยความกล้า การศึกษาที่ต้องอาศัยความบากบั่นใส่ใจในรายละเอียด
มันเป็นหนึ่งความงดงามที่น่าค้นหา

        ฟางข้าวเป็นเพียง 1 ตัวอย่างจากเด็กบ้านเรียนดวงตะวันกว่า 10 ชีวิต
ที่ฉายแววรอการจุดติดและพรั่งพรู แน่นอนเราในฐานะที่เป็นทั้งพ่อ แม่ และคุณครู
ให้กับลูกๆและเด็กๆ
ของเราทั้ง 10 คน ก็กำลังติดตามอย่างใจจดใจจ่อว่าใครจะ
จุดติดเป็นรายต่อไป
หรือใครผ่าน
การจุดติดจนหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาแล้ว มันเป็น
เรื่องที่น่าสนุกและแสนจะตื่นเต้นตื่นตา
ตื่นใจที่เราได้เห็นภาพนั้น เห็นการเปลี่ยน
แปลง
นั้น
แน่นอนที่สุดมันเป็นสิ่งที่แสนจะปลาบปลื้มใจ จนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่
อยู่ถ้าเด็กคนที่เราสังเกตเห็นเป็นลูกของเราเอง
 
แต่มันยิ่งจะเป็นความปลาบปลื้ม
ใจแบบสุดๆจนต้องร้องไห้โฮ ถ้าเด็กที่เราสังเกตเห็นเป็นเด็กทุกคนที่เราสอน
มาด้วยน้ำมือของเราเอง..............
พบกันใหม่เมื่อเด็กคนไหนจุดติด

                                     พ่อแป้ว   --   แม่ริน

 

 

 


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2010 เวลา 18:04 น.)

 

ก็คนมันไม่มีเวลานี่นา..

บทความเด็กๆ - จันทร์เจ้า

ในที่สุด! ในที่สุด!! ในที่สุดก็ได้มาเขียนลงใน web board ของบ้านเรียนดวงตะวันของเราจนได้ เฮ้อ...อย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย ก็แหม ไม่อยากจะบอกคุณๆผู้อ่านเลยว่า จันทร์น่ะ สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะมาเขียนบทความบทเล็กๆ น่ารักๆ สักบทเอาไว้ให้ตัวเองภูมิใจว่า "ข้าก็เขียนบทความเป็นนะโว้ย ฮ่าฮ่าฮ่า เอิ้กๆ" (หัวเราะแบบคนที่กำลังคึกเต็มที่) ตั้งนานแล้วนี่นา ไม่อยากจะบอกเลยว่า... ประมาณ3-5เดือนได้แล้วมั้ง ที่ผัดวันประกันพรุ่งมาจนถึงบัดนี้ (ไม่ดีเลยเนาะ)

ก็แหม...ไม่รู้ว่าวันเวลามันหายไปไหนหมดสิคะ นี่ขนาดว่าแม่ให้ใช้คอมพิวเตอร์อาทิตย์ละสามวัน วันละหนึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ เวลามันยังไม่พออีก ก็คิดดูสิคะ พอเปิดคอมพิวเตอรฅ์ปุ๊ป คลิกที่ไอคอนอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่เคยเหลียวแลเล้ย ว่ามีโปรแกรมอื่นๆที่แอบร้องไห้ต่อกระซิกเพราะจันไม่เคยชายตามองรึเปล่า (คอมพิวเตอร์นะคะ ไม่ใช่หนุ่มที่ไหน โถ่...) พอเข้าอินเตอร์เน็ตปุ๊บก็เปิดเฟซบุีคปั๊บ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าเล่นแต่เฟซบุ๊คหรอกค่ะ ที่ทำให้เวลาหมด ความจริงแล้วเปิดอะไรก็ไม่รู้ตั้งมากตั้งมาย บางวันเนี่ยนะคะ tap บนหน้าอินเตอร์เน็ต เบียดกันแน่นเอี๊ยด แบนติดกันอย่างกับไส้เดือนโดนรถทับกันเลยที่เดียวล่ะค่ะ บางวันเปิดยูทูปไว้ ประมาณ7tapได้มังคะ ดูได้แค่4เท่านั้น ที่เหลือนั่นดูไม่ทันค่ะ เวลามันหมด

แต่จันทร์มีความลับอย่างหนึ่งมาบอกผู้อ่านค่ะ อ่านแล้วปิดปากให้สนิทเหมือนอมมะนาวเลยนะคะ เอางี้ดีกว่า เพื่อให้ความลับไม่รั่วไหล จันทร์จะนับหนึ่งถึงสามนะคะ พอนับถึงสามแล้วอมมะนาวกันเลยนะคะ เอ้า หนึ่ง สอง สาม อุ้บ อย่าลืมทำแก้มป่องๆเหมือนกำลังอมมะนาวอยู่นะคะ เมื่อเห็นว่าความลับของเราจะไปรั่วไหลแล้ว จันทร์ก็จะขอจัดแจงร้องร้องเป็นกลอนว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนั้นคืออะไร ชะเอิงเอย... เอ้ย ไม่ใช่แล้ว! รู้สึกว่าจะนอกเรื่องกันไปใหญ่แล้ว

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เป็นกาลและเวลาที่นานมากนัก ที่จันทร์ไม่ได้เปิดเว็บดวงตะวันเลย ไม่เปิดเลยจริงๆค่ะ ในความเป็นจริงแล้วก็อยากจะแก้ตัวอยุ่เหมือนกัน แต่ก็...นะ มันไม่ได้เปิดจริงๆ อย่างน้อยก็3-4เดือนนั่นแหละค่ะ ที่เว็บบ้านเรียนดวงตะวันไม่ได้เข้ามาอยู่ในtapอันแน่นเอี้ยดของจันทร์  เฮ้อ...แย่จังค่ะ

บางวันคุณแม่ท่านก็มาเล่าให้ฟังว่าได้ไปอ่านบทความของพี่น้ำบ้าง หรือใครต่อใครบ้าง แม่บอกว่าเค้าเขียนกันดีอย่างนั้น ดีกันอย่างนี้ ก็อยากอ่านค่ะ แต่ปรากฏว่า พอเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ ก็อย่างที่บอกค่ะ เข้าเฟ๊ซบุ๊คปั้บ

ก็แหม...คนมันไม่มีเวลาจริงๆนี่คะ ทำไงได้...


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 02 พฤศจิกายน 2010 เวลา 21:08 น.)

 

สร้างฝายได้บุญ

บทความผู้ปกครอง - พ่อต้อง

เด็กๆได้มีโอกาสไปสร้างฝายให้กับชาวภูหลง กับพี่ๆ OKLS. เลยเอาภาพมาฝาก

">ครับ

 


Add a comment

แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2010 เวลา 23:58 น.)